![]()
เขาหัวซาน (华山 – Huashan)
หัวซาน (华山 / Huà Shān) คือหนึ่งในห้ายอดเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางแห่งความเลื่อมใสในลัทธิเต๋าเท่านั้น แต่ยังขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพที่งดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีน และเส้นทางเดินเขาที่ท้าทายความกล้า โดยเฉพาะ เส้นทางไม้กระดานริมผา (Cháng Kōng Zhàn Dào) จุดเช็คอินที่เหล่านักผจญภัยยกให้เป็นประสบการณ์ที่ต้องมาสัมผัสให้ได้ “สักครั้งในชีวิต”
สำหรับแฟนนิยายกำลังภายใน หัวซานคือสถานที่ที่มีมนต์ขลังอย่างยิ่ง เพราะเป็นฉากสำคัญในผลงานของกิมย้งและโกวเล้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง มังกรหยก หรือ กระบี่เย้ยยุทธจักร ซึ่งมี “สำนักหัวซาน” เป็นหนึ่งในขุมกำลังหลักแห่งยุทธภพ การได้มาเยือนที่นี่จึงเหมือนการพาย้อนเวลากลับไปสู่โลกในจินตนาการ



ในทริป เส้นทางสายไหม (ลั่วหยาง-ซีอาน-จางเย่-ตุนหวง) ที่ผ่านมา เขาหัวซาน คือหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่เราตั้งใจมา และผลที่ได้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย
หลายคนอาจกังวลเรื่องความโหด แต่จากประสบการณ์จริง เราพบว่าเดินเที่ยวหัวซานแบบจัดเต็ม เก็บครบทั้งห้ายอดไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ต้องเผื่อเวลาให้พอ เพราะมีมุมสวยๆ ให้แวะถ่ายรูปตลอดทาง ทางเดินส่วนใหญ่ปูด้วยหิน เดินง่าย มีบันไดรองรับทุกช่วง แม้จะมีทางชันบ้างแต่ก็เดินได้เพลินๆ
เคล็ดลับสำคัญ: แนะนำให้พก ไม้เท้าเดินป่า (Hiking Poles) ติดตัวไปด้วย จะใช้ข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ตามถนัด บอกเลยว่าช่วยทุ่นแรงและเซฟเข่าได้ดีมาก ถ้ายังไม่มีก็สามารถไปหาซื้อที่นั่นได้
ใครที่มองหาการเที่ยวเชิงผจญภัยที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และตำนานอันยิ่งใหญ่ท่ามกลางธรรมชาติ “หัวซาน” คือคำตอบที่ครบถ้วนที่สุดครับ
ข้อมูลทั่วไปของเขาหัวซาน
อุทยานแห่งชาติเขาหัวซาน 华山国家森林公园 / Huáshān Guójiā Sēnlín Gōngyuán – Huashan National Forest Park) เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ AAAAA ของจีน ตั้งอยู่ในมณฑลส่านซี (陕西 – Shaanxi) ใกล้กับเมืองซีอาน (西安 – Xi’an) ภูเขาแห่งนี้ได้ชื่อว่า “สูงชันและท้าทายที่สุดในแผ่นดินจีน” และเป็นที่รู้จักในนาม “รากเหง้าของอารยธรรม” เป็นหนึ่งในห้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศจีน
#ห้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของจีน (五岳 / Wǔyuè)
คือกลุ่มภูเขาที่มีบทบาทสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศาสนา (เต๋า–พุทธ) และการเมืองของจีน โดยจักรพรรดิโบราณมักจะเดินทางไปบวงสรวงฟ้าดิน ภูเขาแต่ละแห่งยังเป็นตัวแทนของทิศทั้งห้าตามแนวคิดจักรวาลวิทยาจีน ได้แก่:
| ภูเขา | ที่ตั้ง | จุดเด่น |
|---|---|---|
| 1. เขาไท่ซาน (泰山 – Tài Shān) | มณฑลซานตง (山东) | ตัวแทนของทิศตะวันออก ได้รับการยกย่องเป็นประมุขของทั้งห้าเขา สัญลักษณ์แห่งการขึ้นครองราชย์ จักรพรรดิจีนหลายพระองค์ประกอบพิธี เฟิ่งซาน (封禅) ที่นี่ |
| 2. เขาหัวซาน (华山 -Huà Shān) | มณฑลส่านซี (陕西) | ตัวแทนของทิศตะวันตก โด่งดังจาก ทางเดินไม้กระดานริมผา เส้นทางที่อันตรายและหวาดเสียวที่สุดในโลก |
| 3. เขาซงซาน (嵩山 – Sōng Shān) | มณฑลเหอหนาน (河南) | ตัวแทนของภาคกลาง เป็นที่ตั้งของ วัดเส้าหลิน (Shaolin Temple) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกังฟูและพุทธศาสนานิกายเซน |
| 4. เขาเหิงซาน (北岳恒山 – Běi Yuè Héng Shān) | มณฑลซานซี (山西) | ตัวแทนของทิศเหนือ เป็นที่รู้จักจาก วัดแขวน (Hanging Temple) และความเงียบสงบในบรรยากาศที่ห่างไกล |
| 5. เขาเหิงซาน (南岳衡山 – Nán Yuè Héng Shān) | มณฑลหูหนาน (湖南) | ตัวแทนของทิศใต้ มีชื่อเสียงด้านพืชพรรณที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นที่ตั้งของวัดขนาดใหญ่มากมาย |
#ลักษณะทางภูมิศาสตร์
หัวซานเป็น ภูเขาหินแกรนิต ที่มี ห้าหมู่ยอดเขาสูงตระหง่าน ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติของทะเลหมอก แต่ละยอดเขาของหัวซานมีเสน่ห์เฉพาะตัว และมีจุดท้าทายใจกระจายอยู่ระหว่างทาง:
- ยอดเขาใต้ (南峰 / Nánfēng – South Peak) สูง 2,154 เมตร ยอดสูงสุด เป็น จุดชมวิวอลังการ สามารถมองเห็นสันเขาทั้งตะวันตก–ตะวันออก และทะเลหมอกในวันอากาศดี
- ยอดเขาตะวันออก (东峰 / Dōngfēng – East Peak) สูง 2,096 เมตร จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ยอดนิยม เป็นทางเชื่อมไปยัง Plank Walk (长空栈道) ทางฝั่งใต้
- ยอดเขาตะวันตก (西峰 – West Peak) – 2,086 เมตร จุดขึ้น-ลงยอดนิยมของ กระเช้าลอยฟ้าด้านตะวันตก วิวสวย กระเช้าใหญ่และทันสมัย
- ยอดเขากลาง (中峰 / Zhōngfēng – Middle Peak) สูง 2,037 เมตร ที่ตั้งของ Jade Maiden Temple (玉女祠 / Yùnǚ Cí) ตำนานความรักขององค์หญิงและบัณฑิตหนุ่มผู้บำเพ็ญเพียรตนแห่งเขาหัวซาน
- ยอดเขาเหนือ 北峰 / Běifēng – North Peak) สูง 1,614 เมตร เป็นยอดที่ต่ำที่สุด เข้าถึงง่าย (ใช้เวลาน้อย) จุดขึ้น-ลงของ กระเช้าลอยฟ้าด้านเหนือ

การเดินทาง
เขาหัวซานตั้งอยู่ห่างจากซีอานไปทางตะวันออกประมาณ 120 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปได้สะดวก
- รถไฟความเร็วสูง (高铁): จาก สถานีซีอานเหนือ (西安北站) ถึง สถานีหัวซานเหนือ (华山北站) ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ค่าตั๋ว 54 หยวน แล้วต่อ รถชัตเติ้ลบัส / แท็กซี่ ราว 5–20 นาทีเพื่อไปยัง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Tourist Center) วิธีนี้สะดวกและรวดเร็วที่สุด
- รถไฟธรรมดา: จาก สถานีรถไฟซีอาน (西安站) ถึง สถานีหัวซาน (华山站) ใช้เวลา 1.5–2 ชั่วโมง ค่าตั๋ว 17.5–24.5 หยวน (เที่ยวรถน้อย)
- รถบัส: ขึ้นที่ สถานีรถบัส ที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟซีอาน ให้บริการโดยตรงไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของเขาหัวซาน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ค่าตั๋ว 39 หยวน
- บริการ เเพ็คเก็ตทัวร์วันเดียว (Day Trip Tour) ของเอกชน ซึ่งสามารถติดต่อหาซื้อได้ตามร้านย่านหอกลอง-หอระฆัง (Drum-Bell Tower)
สำหรับคนที่ต้องการเดินครบทั้งห้ายอด แนะนำว่าควรไปพักค้างคืนที่โรงแรมบริเวณใกล้กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เพื่อจะได้เริ่มต้นขึ้นเขาเเต่เช้า มีเวลาเดินเที่ยวอย่างสบาย ไม่ต้องเร่งรีบ

#ขั้นตอนการเดินทางขึ้นไปเขาหัวซาน (แบบเข้าใจง่าย)
- เริ่มต้นที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Tourist Center)
– ซื้อตั๋วเข้าเขตอุทยาน + ตั๋วรถบัสอุทยาน
– จากที่นี่ต้องขึ้นรถบัสของอุทยานเท่านั้น - โดยสารรถบัสอุทยานไปยังสถานีกระเช้า (เคเบิลคาร์) ซึ่งมีให้เลือก 2 เส้นทางตามแผนเที่ยวของเรา
– กระเช้าฝั่งตะวันตก (西峰索道 / Xīfēng Suǒdào) — ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
– กระเช้าฝั่งเหนือ (北峰索道 / Běifēng Suǒdào) — ใช้เวลาประมาณ 20 นาที - ซื้อตั๋วเคเบิลคาร์เพื่อขึ้นสู่ยอดเขา ตามเส้นทางเที่ยวที่ต้องการ (สามารถขึ้น–ลงคนละฝั่งได้)
– ยอดเขาตะวันตก (西峰 / Xīfēng – West Peak) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
– ยอดเขาเหนือ (北峰 / Běifēng – North Peak) ใช้เวลาประมาณ 8 นาที
– สำหรับสายโหด สามารถเลือก เดินขึ้นเขา เองได้ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง - เดินเที่ยวบนเขาหัวซาน
– เดินเที่ยวชมบนเส้นทางไปตามยอดต่างๆ
– เลือกขึ้นกระเช้าไป-กลับจากฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แล้วเดินเที่ยวเท่าที่ต้องการได้
– เที่ยวแบบครบห้ายอด โดยมีทางเลือกคือ ขึ้นกระเช้าจากฝั่งตะวันตก-ลงฝั่งเหนือ หรือกลับกัน
– พักค้างคืนบนยอดเขา หากต้องการซึมซับบรรยากาศอย่างเต็มที่และรอดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า - ลงกระเช้าตามสถานีที่เลือกหลังจากเที่ยวเสร็จ
– ซื้อบัตรเคเบิ้ลคาร์สำหรับลงเขา (หากไม่ได้ซื้อแบบไป–กลับไว้)
– สามารถลงทางสถานีกระเช้าเดิม หรืออีกฝั่งหนึ่งได้ (หากเดินครบทั้ง 5 ยอด) - นั่งรถบัสกลับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
– ใช้ระบบรถบัสของอุทยานเหมือนขามา
#ราคาค่าตั๋วของอุทยานแห่งชาติเขาหัวซาน
| ประเภท | High Season (มี.ค.–พ.ย.) | Off-Season (ธ.ค.–ก.พ.) |
|---|---|---|
| ค่าเข้าอุทยาน | 180 CNY | 100 CNY |
| ค่ารถบัสไปสถานีเคเบิ้ลคาร์ฝั่งตะวันตก | 40 CNY | 40 CNY |
| ค่ารถบัสไปสถานีเคเบิ้ลคาร์ฝั่งเหนือ | 20 CNY | 20 CNY |
| ค่าโดยสารเคเบิ้ลคาร์ฝั่งตะวันตก | 140 / 280 CNY | 120 / 240 CNY |
| ค่าโดยสารเคเบิ้ลคาร์ฝั่งเหนือ | 80 / 150 CNY | 45 / 80 CNY |
เส้นทางเดินเที่ยวพิชิต 5 ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์
เรามาพักที่ Yuanshan Hotel (眷山酒店) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาหัวซาน ทางโรงแรมมีบริการไปรับที่สถานีรถไฟความเร็วสูงหัวซานเหนือ (华山北站) ในวันที่มาถึงด้วย




เช้าวันรุ่งขึ้น รถโรงแรมไปส่งเราที่ทางเข้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาหัวซาน (华山游客中心) บริเวณ วงเวียนดอกบัว 华山宝莲灯 / Huàshān Bǎolián Dēng – Huashan Baolian Lantern)


จากจุดลงรถด้านหน้า ต้องเดินเข้าไปพักใหญ่จึงจะถึงบริเวณอาคารของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

สามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าเเบบออนไลน์ได้จากเว็บไซต์ ทริปดอทคอม (Trip.Com)


#เวลาเปิดทำการ
– ฤดูท่องเที่ยว (มีนาคม – พฤศจิกายน) เวลา 07:00 – 19:00 น.
– นอกฤดูท่องเที่ยว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) เวลา 08:00 – 18:00 น.


หลังจากนั้นก็ไปรอคิวขึ้น รถชัตเติ้ลบัสของอุทยานฯ โดยจะเเยกช่องระหว่างไป สถานีกระเช้าตะวันตก (西峰 – ซีเฟิง) และ สถานีกระเช้าฝั่งเหนือ (北峰 – ไป่เฟิง)


ใช้เวลาราว 40 นาทีก็ถึงสถานีกระเช้าตะวันตก







การเดินทาง-ผจญภัยของเราเริ่มต้นจากจุดนี้.. ปลายทางคือยอดขุนเขาทะมึนที่อยู่เบื้องหน้า.. 😀

เดินผ่านซุ้มประตูเข้าไป ด้านซ้ายมือมีบริการ รถไฟเล็ก (Coaster) เพื่อทุ่นเเรงในการเดินขึ้นไปยังสถานีกระเช้าด้านบน (ค่าตั๋ว 30 หยวน) ก็เลยลองดูสักหน่อย เผื่อจะได้ออมเเรงไว้ใช้ด้านบนเขา^^



สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ Coaster ก็เดินขึ้นบันไดต่อไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่ทันได้เหนื่อย ก็ถึงสถานีกระเช้าแล้ว 😀



เรามาถึงเเต่เช้า นักท่องเที่ยวจึงยังน้อยอยู่ รอคิวไม่นานก็ได้ขึ้นเคเบิ้ลคาร์

กระเช้าด้านตะวันตก (West Peak Cableway) มีความทันสมัยและใหม่กว่ากระเช้าฝั่งทิศเหนือ (North Peak Cableway) พาเราไต่ระดับขึ้นสูง 894 เมตร ระยะทางยาวประมาณ 4.2 กิโลเมตร โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ตลอดทางมีทิวทัศน์สวยงาม ในช่วงสุดท้ายก่อนถึงยอด กระเช้าจะใต่ระดับด้วยความชันเกือบ 45 องศา ทีเดียว

สาเหตุที่กระเช้าด้านตะวันตกได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก (แม้ว่าค่าตั๋วมีราคาเเพงกว่าด้านทิศเหนือ) นอกจากเรื่องความใหม่-ทันสมัย ระบบความปลอดภัย และวิวสวยแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งคือสามารถ เข้าถึงยอดเขาหลักอื่นๆได้ง่าย เมื่อขึ้นไปถึงยอดตะวันตกแล้ว สามารถเดินเท้าไปยังยอดเขาที่สำคัญเช่น ยอดใต้ (South Peak) ยอดกลาง (Central Peak) และ ยอดตะวันออก (East Peak) ได้ง่ายและใกล้กว่าการขึ้นทางกระเช้าด้านเหนือ





ยอดตะวันตก (西峰 – ซีเฟิง)
ยอดตะวันตกมีความสูงประมาณ 2,086 เมตร จากระดับน้ำทะเล เมื่อมองจากเชิงเขาหรือยอดอื่นๆ จะตั้งโดดเด่น มียอดใหญ่ล้อมด้วยแท่งหินเตี้ยอยู่รอบๆ ภาพรวมคล้ายดอกบัว จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “Lotus Peak”
ตรงข้ามกับสถานีกระเช้าด้านบน เป็นวัด/ศาลเจ้าเต๋าขนาดเล็ก 鎮岳宮 / Zhènyuègōng (เจินเยว่กง) มีโดรนขนของขนาดใหญ่จอดอยู่ (เราจะได้เห็นปฎิบัติการของมันในภายหลัง) อาคารเหนือขึ้นไปด้านบน คือ Cuiyun Palace (翠云宫) ซึ่งตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของเขาตะวันตก (West Peak Summit)

จากหน้าสถานีกระเช้า มีทางเดินเลี้ยวซ้าย-ขึ้นบันไดเพื่อไปยัง จุดชมวิวสูงสุดของยอดตะวันตก (West Peak Summit)


#สันเขามังกรเขียว (青龙脊背 / Qīnglóng Jǐbèi – Green Dragon Ridge)
ขึ้นบันไดมาสักพักจะถึง “พื้นที่เปิด” จากตรงนั้นสามารถเดินขึ้นไปยังยอดสูงสุด (West Peak Summit) ผ่านเส้นทาง สันเขามังกรเขียว (青龙脊背 – Green Dragon Ridge) ทางเดินบนสันเขาแคบ-ยาว และคดโค้ง สองข้างตัดลงเป็นหน้าผา จนดูคล้าย “แนวสันหลังมังกร”
เส้นทางนี้เป็นไฮไลท์สำคัญ และเป็นทางที่เชื่อมขึ้นไปยัง ยอดเขาตะวันตก (West Peak Summit) โดยตรง เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม เพราะมองจากมุมสูงแล้ว สันเขาจะดูเหมือนเส้นบาง ๆ พาดกลางท้องฟ้า สวยแบบหวาดเสียว หาชมที่ไหนไม่ได้
แม้จากระยะไกลจะดูอันตราย แต่ในความเป็นจริงเดินได้ค่อนข้างปลอดภัย เพราะมีขั้นบันไดหินและราวโซ่ตลอดเส้นทาง (แต่จะไม่ให้รู้สึกหัวใจเต้นแรงก็ยากอยู่^^)




ด้านบนของยอดสูงสุด เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่โด่งดังที่สุดของเขาหัวซาน และยังเป็นที่ตั้งของวัดเต๋า 翠云宫 / Cuìyún Gōng (ซุ้ยหยุนกง) อีกด้วย
โรงเเรมหัวซานซีเฟิง (華山西峯飯店 – Huashan Xifeng Hotel) ก็อยู่บนนี้เช่นกัน (อาคารสองชั้นที่เห็น) สามารถจองห้องพักได้ผ่านเว็บไซต์ ทริปดอทคอม (Trip.Com)



บริเวณรอบ ๆ Cuiyun Gong มีก้อนหินใหญ่ที่มีรูปทรงคล้ายดอกบัว (莲花石 / หินดอกบัว) ซึ่งมีเรื่องเล่าว่าเป็นสถานที่ที่ตัวละคร “เฉินเซียง (Chenxiang)” จากตำนานโบราณเรื่อง “Lotus Lantern (宝莲灯)” เคยใช้ขวานผ่าเพื่อช่วยแม่ จึงทำให้พื้นที่นี้มีความหมายทางตำนานและศีลธรรม ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่คล้ายดอกบัว ส่งผลให้ยอดเขานี้ได้รับขนานนามด้วยว่า “Lotus Flower Peak”


เรื่องราวเล่าถึงความรักระหว่างเทพธิดาองค์หนึ่งในตำนานพื้นบ้านและศาสนาเต๋าของจีน ชื่อ ซานเซิ่งหมู่ (三圣母 / Sān Shèng Mǔ) ซึ่งเป็นผู้มีพลังวิเศษ กับมนุษย์ธรรมดาชื่อ หลิวเอียนฉาง (刘彦昌 / Liu Yanchang) ทั้งคู่ฝ่าฝืนกฎสวรรค์ ตกหลุมรักและมีบุตรชายด้วยกันชื่อ เฉินเซียง (沉香) / Chenxiang) เมื่อเง็กเซียนฮ่องเต้ทราบว่านางฟ้าลงมารักกับมนุษย์ จึงลงโทษซานเซิ่งหมู่ โดยกักขังไว้ใต้หินยักษ์บนยอดเขา หัวซาน (华山) และยึด “โคมดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ (宝莲灯 / Bǎoliándēng – Lotus Lantern” ซึ่งเป็นของวิเศษของนางไว้ เฉินเซียงเมื่อเติบโตขึ้นและรู้ความจริง จึงออกเดินทางฝึกฝนวิชากับเทพต่างๆ จนได้รับพลังวิเศษและศิลปะการต่อสู้ในที่สุด เฉินเซียงกลับไปต่อสู้กับ “เอ้อหลางเซิน – Erlang Shen (二郎神)” เทพนักรบผู้เข้มงวด และแย่งโคมดอกบัวกลับมาได้ จากนั้นใช้พลังร่วมกับขวานศักดิ์สิทธิ์ “ผ่าแยกเขา” เพื่อช่วยแม่ออกมาจากการกักขัง แม่และลูกได้กลับมาพบกันอีกครั้ง เหตุการณ์นี้เรียกว่า “เฉินเซียงผ่าภูเขาช่วยแม่ (沉香劈山救母)” เป็นตอนที่โด่งดังที่สุดของตำนานที่ถูกนำไปสร้างเป็นนิยาย

จากบริเวณนี้ สามารถมองเห็นยอดเขาเขาอื่นๆของหัวซานและแนวเทือกเขาโดยรอบ มุมมองเปิดโล่งมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ ชมพระอาทิตย์ตก – ทะเลหมอก – และวิวดาวตอนกลางคืน ที่สวยงามเป็นพิเศษ


#จุดสูงสุดของยอดตะวันตก (West Peak Summit)
เดินเลยจาก หินดอกบัว ไปอีกเพียงเล็กน้อย จะถึง จุดสูงสุดของยอดตะวันตก (West Peak Summit) ซึ่งสามารถเข้าถึงได้โดย ปีนบันไดหินที่ค่อนข้างชัน ถือเป็นกิจกรรมเล็กๆ ที่เพิ่มสีสันให้การพิชิตยอดตะวันตกนี้ ด้านบนเป็นลานขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ให้บรรยากาศแบบ “ยอดเขาแท้ๆ” ลมพัดเย็น พร้อมมุมมองที่เปิดโล่งและสวยงาม





เลยจากจุดสูงสุดของยอดตะวันตกเล็กน้อย คือ อนุเสาวรีย์/หอคอย 杨公塔 / Yáng Gōng Tǎ (หยางกงถา) ที่สร้างเพื่อเป็นเกียรติเเด่วีรบุรุษส่านซี หยางฮู่เฉิง (杨虎城) แม่ทัพผู้มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ซีอานปี 1936 ซึ่งทำให้สงครามกลางเมืองหยุดชั่วคราว และจีนหันมารวมพลังสู้ญี่ปุ่น หอคอยนี้จึงเป็นเสมือนอนุสรณ์เชิงสัญลักษณ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของนักรบผู้กล้าคนนี้ท่ามกลางมวลเมฆของหัวซาน
มีอีกเรื่องเล่าว่านายทหารผู้มีชื่อเสียงคนนี้เคยพาแม่ของเขาขึ้นมาที่หัวซานเพื่อทำบุญและสักการะภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เรื่องเล่านี้สื่อถึง ความกตัญญูและความเคารพต่อบุพการี ของเขา แม้ว่าจะมีหน้าที่การงานสำคัญ หยางฮู่เฉิงก็ไม่ลืมพาแม่มาทำบุญที่ภูเขาแห่งนี้

ที่บริเวณนี้มีบริการถ่ายรูปคู่กับเเง่งหินที่ยื่นออกไปจากหน้าผา เเม้ว่าอากาศจะเต็มไปด้วยหมอกเมฆ เเต่ได้รูปสวยแน่นอน^^


เสร็จภาระกิจแรกจาก ยอดตะวันตก (西峰 – ซีเฟิง) เราเดินกลับทางเดิม และข้ามสันเขามังกรเขียว เพื่อมุ่งหน้าสู่ ยอดเขาใต้ (北峰 – ไปเฟิง)


จากยอดตะวันตกไปยอดใต้มีระยะทางประมาณ 750 เมตร ความชัน (Elevation) รวมประมาณ 70 เมตร เป็นทางเดินและบันไดหินอย่างดี ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ผ่านจุดพักเติมพลังที่มีของกินของใช้มากมายให้ซื้อหาแก้เหนื่อย^^



บนเส้นทางจากยอดตะวันตกสู่ยอดใต้ จะพบอาคารรูปทรงคล้ายป้อม มีชื่อเรียกว่า 炼丹炉 / Liàndān Lú – Alchemy Furnace ซึ่งเป็นชื่อเรียก เตาหลอมที่ใช้ปรุงยาอายุวัฒนะ ในลัทธิเต๋าที่สร้างโดยนักพรต เกาฉวนหยาง “ในวันมงคล เดือนสาม ปีที่สิบสี่แห่งรัชสมัยว่านหลี่ (ค.ศ. 1580)” ต่อมาวิหารวัด/ห้องโถงเตาหลอมได้พังทลายลง และได้รับการสร้างขึ้นใหม่บนพื้นที่เดิมในปี ค.ศ.1987 เรื่องนี้สะท้อนถึงความเชื่อเรื่องการฝึกตนและการแสวงหาความเป็นอมตะของผู้คนในอดีต
รอบๆวัดถูกล้อมด้วย ป่าเมเปิล ในฤดูใบไม้ร่วง ใบเมเปิลจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงสด สร้างทิวทัศน์ที่งดงาม



ยอดใต้ (南峰 – หนานเฟิง)
ยอดใต้ (南峰 / Nánfēng – South Peak) เป็นยอดที่สูงที่สุดของภูเขาหัวซาน (2,154 เมตร) ได้รับสมญา “ลั่วเหยียนเฟิง (落雁峰 / Luòyàn Fēng – Goose Resting Peak) เนื่องจากห่านป่าที่บินลงใต้มักจะมาพักผ่อน ที่นี่นับเป็น จุดชมวิว 360° ที่สวยที่สุดของหัวซาน
เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขา จะรู้สึกราวกับว่าท้องฟ้าและดวงดาวอยู่ไม่ไกล กวีโกวจุ่นแห่งราชวงศ์ซ่งได้บันทึกไว้ว่า “เบื้องบนมีเพียงท้องฟ้า ไม่มีภูเขาใดเทียบเทียม มองขึ้นไป พระอาทิตย์สีแดงใกล้เข้ามา มองลงมา เมฆขาวต่ำลง”









#วัดจินเทียนกง (金天宫 / Jīn Tiān Gōng – Golden Heaven Palace)
ตั้งอยู่ถัดจากยอดเขาด้านใต้ (南峰 / South Peak) ประมาณ 195 เมตร เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์เล็กๆที่สร้างขึ้นเพื่อบูชา เทพสำคัญฝ่ายทิศใต้ (南方之神) ที่มีชื่อเรียกว่า จินเทียนหวัง – 金天王 (เกี่ยวข้องกับ ไฟ, แสงอาทิตย์, ความรุ่งเรือง) ตามความเชื่อโบราณของจีนว่า ทิศใต้คือทิศแห่งไฟและพลังชีวิต









จากวัด จินเทียนกง (金天宫) เดินต่อไปอีกราว 300 เมตร จะมุ่งหน้าไปยัง หนานเทียนเหมิน (南天门 / South Heavenly Gate) ระหว่างทางช่วงนี้จะเริ่มมองเห็น วิวพาโนรามา ของทั้ง ยอดเขากลาง (中峰) และ ยอดตะวันออก (东峰) ได้จากระยะไกล ทิวทัศน์ของสันเขาที่ซ้อนกันหลายชั้นจะสวยงามมาก เหมือนกำลังเดินอยู่บนสันหลังมังกรที่ทอดยาวไปสู่ประตูสวรรค์ของยอดใต้เลยทีเดียว







#ทางเดินไม้กระดานริมผา (长空栈道 – Plank Road in the Sky)
หนานเทียนเหมิน (南天门 / Nántiānmén – South Heavenly Gate) “ประตูสวรรค์ทิศใต้แห่งเขาหัวซาน” ในความเชื่อของลัทธิเต๋า “南天门” คือประตูสวรรค์ทางทิศใต้ที่เทพใช้สัญจร การเดินผ่านประตูนี้จึงสื่อถึง “การผ่านบททดสอบสุดท้ายก่อนเข้าสู่แดนฟ้า” นักปีนเขาหลายคนถือเป็นสัญลักษณ์ของ “การก้าวผ่านขีดจำกัด” ของตัวเอง
บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและน่าตื่นเต้นที่สุดแห่งหนึ่งของหัวซาน นั่นคือ ทางเดินไม้กระดานริมผา (长空栈道) อันโด่งดัง


ทางเดินไม้กระดานริมผา ฉางคงจ้านเต้า (长空栈道 / Cháng Kōng Zhàn Dào) ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของยอดเขาใต้ (南峰 / South Peak) มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 700 ปี ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวนโดยนักพรตชื่อ เหอจื้อเจิน ใช้ขึ้นสู่ยอดเขาหัวซานเพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญตนเสาะหาความสงบ เส้นทางนี้ฝังอยู่บนหน้าผาสูงชัน ใช้ตะปูหินและคานไม้ค้ำยัน พื้นเบื้องล่างคือเหวลึกนับพันเมตร ตลอดเส้นทางมีโซ่เหล็กห้อยอยู่สองข้าง นักท่องเที่ยวต้องเบียดตัวเข้ากับผนังผาและค่อยๆก้าวไปอย่างระมัดระวัง จึงได้รับการขนานนามว่า “ความท้าทายอันดับหนึ่งของหัวซาน”

สามารถจองตั๋วได้ทาง WeChat โดยการสแกน QR Code (ต้องมีคู่บั๊ดดี้) ราคาตั๋ว 30 หยวน / ถ่ายรูป 60 หยวน





หลังจากสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยเรียบร้อย ต้องเดินเลาะไปตามทางที่มีราวกั้น แล้วใต่ลงอีกหน่อย จึงจะถึงเส้นทางไม้กระดาน นับเป็นประสบการณ์วัดใจที่สนุกดีสำหรับเรา 😛




ประสบการณ์ 3 นาที @HuaShan Plank Walk 😛


โดรนลำที่เห็นบนยอดตะวันตกเมื่อเช้า ลำเลียงอุปกรณ์ก่อสร้างมาส่งถึงที่นี่ !!!




วิวจากบริเวณนี้สามารถมองเห็นยอดตะวันออก และ ศาลาเล่นหมากรุก (下棋亭 / Xiàqí Tíng – Chess Pavilion) ได้อย่างชัดเจน


ยอดตะวันออก (东峰 – ตงเฟิง)
จากหนานเทียนเหมินเดินลงบันไดประมาณ 350 เมตรจะถึง ทางสามเเยก 南峰路口 – South Peak Intersection เดินเลี้ยวขวาไปยอดตะวันออก (ถ้าเลี้ยวซ้ายไปยอดตะวันตก-กลาง-เหนือ)


เดินเลี้ยวขวาไปประมาณ 100 เมตร เป็นจุดนั่งพักก่อนขึ้นยอดตะวันออก มี โรงเเรมเเค็ปซูล (Capsule Hotel) ตั้งอยู่บริเวณนี้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมาปักหลักรอดูอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าที่ยอดตะวันออก







หลังจากนั้นถึงคราวต้องออกเเรง ด้วยการเดินขึ้นบันไดชันๆ ระยะทางประมาณ 200 เมตรเพื่อไปยังยอดเขาตะวันออก ภูมิประเทศบริเวณนี้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง วิวรอบตัวสวยงาม








ด้านบนนี้เป็นที่ตั้งของ โรงแรม 华山东峰饭店 (Huashan East Peak Hotel) สามารถจองห้องพักได้ผ่านเว็บไซต์ ทริปดอทคอม (Trip.Com)

#เซี่ยฉีถิง “ศาลาเล่นหมากรุก” (下棋亭 / Xiàqí Tíng – Chess Pavilion)
แลนด์มาร์กสำคัญของยอดตะวันออก ว่ากันว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่ โดย เว่ยซู่ชิง ผู้ฝึกฝนลัทธิเต๋าบนภูเขาหัวซาน ลักษณะเป็นศาลาเล็กๆที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวบนแท่นหินที่แกะสลักขึ้นบนยอดเขาลูกเล็กๆ ซึ่งถูกเรียกว่า “博台 / Bó Tái หรือ แท่นพนันหมากรุก แท่นหินนี้มีหน้าผาล้อมรอบถึงสามด้าน และเชื่อมต่อกับยอดเขาตะวันออกด้วยทางเดินบนสันเขาแคบๆ เมื่อมีหมอกปกคลุม จะดูเหมือนเป็นเกาะเล็กๆที่ลอยอยู่กลางทะเลหมอกอันกว้างใหญ่ไพศาล เป็นทัศนียภาพที่งดงามและน่าประทับใจ การจะเข้าถึง 下棋亭 นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องผ่านหนึ่งในเส้นทางที่อันตรายและหวาดเสียวที่สุดของหัวซาน นั่นคือ “鹞子翻身” (Yàozi Fānshēn) หรือ “เหยี่ยวตลบตัว”


มี ตำนานพื้นบ้านของศาลาหมากรุกเซี่ยฉีถิง (下棋亭) เล่าว่า ณ. สถานที่แห่งนี้ เป็นจุดที่ จ้าวควงอิ้น (赵匡胤) ผู้ต่อมาได้เป็นปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ซ่ง และท้าประลองหมากล้อมกับ ปรมาจารย์เฉินถวน (陈抟老祖 / Chen Tuan) โดยมีเดิมพันเป็น ภูเขาทั้งลูก ผลลัพธ์คือ จ้าวควงอิ้นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้การประลอง ทำให้เขาต้อง “ยกภูเขาหัวซาน” ให้กับปรมาจารย์เฉินถวน ซึ่งกลายเป็นเรื่องเล่าที่โด่งดังที่เรียกว่า “จ้าวควงอิ้น ขายหัวซาน” (赵匡胤卖华山)
ปัจจุบันภายในศาลาเล่นหมากรุกเซี่ยฉีถิง มีการสร้างโต๊ะหินและกระดานหมากรุกจำลองที่ว่ากันว่าเป็น กระดานหมากที่เล่นค้างไว้ ในตำนานการเดิมพันนี้

#เหยี่ยวตลบตัว (鹞子翻身 – Hawk Flipping Over)
เหยาจื่อฟ่านเซิน “เหยี่ยวตลบตัว” (鹞子翻身 / Yào Zǐ Fān Shēn – Hawk Flipping Over) คือเส้นทางไต่/ปีนหน้าผาสูงประมาณ 33 เมตรช่วงหนึ่งของยอดตะวันออก ที่ชันเกือบจะเป็นแนวดิ่ง เป็นเส้นทางเดียวที่จะมุ่งหน้าลงสู่ ศาลาเล่นหมากรุก (Chess Pavilion) ถูกยกให้เป็น “ความท้าทายอันดับสองของหัวซาน” รองจากทางเดินกระดานไม้ริมผา
ชื่อเรียก “เหยี่ยวตลบตัว” มาจากท่วงท่าของเหยี่ยวที่พลิกตัวกลางอากาศ เปรียบกับผู้ปีนที่ต้อง “พลิกตัวแนบผา” ระหว่างไต่ลง โดยต้องหันหน้าเข้าหาผนังและใช้มือจับโซ่เหล็กเป็นที่ยึดเกาะในการปีนลง ผู้เดินจะต้อง “พลิกตัว” หรือ “หมุนตัว” เพื่อเปลี่ยนจุดยึดหรือสอดปลายเท้าเหยียบในช่องหินที่สกัดไว้และก้าวสลับกันลงไปอย่างช้าๆ เป็นความท้าทายที่คนโบราณสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้กล้าเอาชนะธรรมชาติและเอาชนะตนเอง







ยอดกลาง (中峰 – จงเฟิง)
เราย้อนกลับทางเดิม โดยลงบันไดยาวแล้วเดินไปยัง สามเเยก 南峰路口 – South Peak Intersection เพื่อมุ่งหน้าต่อไปยัง ยอดกลาง (中峰 / จงเฟิง) มาเห็นทีหลังว่าที่จริงจากบนยอดตะวันออกก็มีทางเดินเลาะริมเขาไปบรรจบกับยอดกลางได้เช่นกัน (ระยะทางน่าจะใกล้กว่าด้วย)^^



เลยจาก สามเเยก 南峰路口 – South Peak Intersection ไปประมาณ 60 เมตร บริเวณที่เรียกว่า ที่ราบซีซินผิง (细莘坪 – Xixin Plain) จะเป็นสี่เเยกสำคัญที่เป็นจุดตัดของเส้นทางเดินไปยอดตะวันออก/ใต้-ยอดตะวันตก-ยอดเหนือ และยอดกลาง

เส้นทางสู่ยอดกลางเป็น บันไดหินแคบๆ ที่ไต่ระดับขึ้นไปตามสันเขา สองข้างทางขนาบด้วยผนังหินสูงชัน ทางเดินพาดตรงขึ้นไปตามแนวเนินเขาเป็นระยะทางราว 160 เมตร การค่อยๆเดินไต่ระดับขึ้นไปทีละขั้น พร้อมหยุดพักและหันกลับไปมองวิวสวยงามด้านหลังเป็นระยะ ช่วยลดความเหนื่อยได้ดี^^


เมื่อเดินพ้นบันไดหินขึ้นมาก็ถึง ยอดกลาง (中峰 / จงเฟิง) แห่งเขาหัวซาน..


ยอดกลางมีความสูง 2,037 เมตร ถือเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมเส้นทางสำคัญของหัวซาน พื้นที่ด้านบนไม่กว้างมากนัก บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบกว่ายอดอื่นๆ เหมาะสำหรับหยุดพักหายใจหลังการเดินไต่ระดับขึ้นมา


#ศาลเจ้าเทพธิดาหยก (玉女祠 – Jade Maiden Temple)
ตั้งอยู่ด้านหลังของอาคารที่เป็นร้านขายของ มีขนาดไม่ใหญ่มากแต่มีความงามแบบดั้งเดิมของสถาปัตยกรรมจีนโบราณ สร้างด้วยไม้และอิฐ ตกแต่งด้วยลวดลายละเอียดอ่อน ภายในประดิษฐานรูปเคารพของ เทพธิดาหยู่หนี่ นักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธามักมาสักการะเพื่อขอพรด้านความรัก ความสมหวังในชีวิตคู่ และความบริสุทธิ์ใจ เพราะเทพธิดาหยู่หนี่เป็นสัญลักษณ์ของความรักบริสุทธิ์และซื่อสัตย์



ตำนานเล่าขานถึงความรักอันงดงามของ เจ้าหญิงหนงอี้ (弄玉 / Nòng Yù) พระธิดาของ ฉินมู่กง (秦穆公 / Qín Mùgōng) กษัตริย์แห่งรัฐฉินในยุคชุนชิว (ราว 682–621 ปีก่อนคริสตกาล) นางเลื่องชื่อทั้งในด้านความงดงามและพรสวรรค์ด้านดนตรี โดยเฉพาะการบรรเลง ขลุ่ยหยก เครื่องดนตรีอันประณีตที่ให้เสียงอ่อนหวาน ละมุนละไม อีกฟากหนึ่งคือ เซียวฉื่อ (蕭史 / Xiāo Shǐ) บัณฑิตหนุ่มผู้สันโดษ ผู้เลือกหลีกเร้นจากโลกีย์มาใช้ชีวิตบำเพ็ญเพียรอยู่บนภูเขาหัวซาน เขาเชี่ยวชาญการเป่า ตงเซียว (洞簫) หรือขลุ่ยไม้ไผ่แนวตั้ง เสียงดนตรีของเขาลึกซึ้ง กังวาน และไพเราะ จนผู้คนเปรียบเปรยว่าราวกับเสียงจากสวรรค์ ตำนานเล่าว่า เจ้าหญิงหนงอี้เคยฝันถึงการ บรรเลงขลุ่ยหยก ประสานเสียงกับขลุ่ยไม้ไผ่ ของเซียวฉื่อ ท่วงทำนองในความฝันนั้นงดงาม กลมกลืน และตราตรึงยิ่งนัก เมื่อตื่นจากฝัน นางจึงส่งคนออกตามหาเขา และในที่สุดก็ได้พบเซียวฉื่อบนภูเขาหัวซานจริง ๆ ความผูกพันที่เริ่มต้นจากเสียงดนตรี ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรักอันลึกซึ้ง จนได้รับการอนุญาตจากฉินมู่กงให้ทั้งสองแต่งงานกัน หลังจากนั้น ทั้งคู่เลือกใช้ชีวิตอย่างสงบ เรียบง่าย และสันโดษ บำเพ็ญเพียรและฝึกฝนวิชาร่วมกันบนภูเขาหัวซาน ตำนานกล่าวว่า ในที่สุดพวกเขาก็บรรลุธรรมเป็นเซียน เซียวฉื่อขี่มังกร ส่วนเจ้าหญิงหนงอี้ขี่นกฟีนิกซ์ โผบินขึ้นสู่สวรรค์ไปพร้อมกัน กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่บริสุทธิ์ กลมกลืน และอยู่เหนือโลกีย์
เพื่อรำลึกถึงเรื่องราวความรักอันงดงามนี้ จึงมีการสร้าง ศาลเจ้า Jade Maiden Temple (玉女祠) ขึ้นบนยอดเขา และด้วยเหตุนี้เอง ยอดเขากลาง จึงได้รับการขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า ยอดเขาเทพธิดาหยก (Jade Maiden Peak / 玉女峰)
ตำนานยังกล่าวถึงลักษณะภูมิประเทศของยอดเขากลางว่า มีแท่นหินขนาดใหญ่ซึ่งมี รูปร่างคล้ายเต่า โดยศาลเจ้า Jade Maiden Temple ตั้งอยู่บน “หลังเต่า” นี้ เสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคง ความยืนยาว และการค้ำจุนเรื่องราวความรักให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน


ด้านหน้าของศาลเจ้าเป็น ลานชมวิวขนาดกะทัดรัด จากจุดนี้สามารถมองเห็นแนวสันเขาทางทิศใต้, วัดจินเทียนกง (金天宫) และ จุดชมวิวของยอดใต้ (南峰) ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ท่ามกลางทิวทัศน์ของภูเขาสูงที่โอบล้อมอยู่รอบด้าน บรรยากาศเงียบสงบและโปร่งโล่ง เหมาะแก่การนั่งพัก ชมวิว สูดอากาศเย็น ๆ และรวบรวมพลัง ก่อนออกเดินต่อไปยังเส้นทางถัดไป




จากยอดกลาง (中峰 / จงเฟิง) เดินลงบันไดหินระยะทางสั้นๆ จะถึงสามแยก 中峰路口 – Central Peak Intersection ตรงไปคือเส้นทางไป ศาลานกฟินิกส์ (引凤亭 / Yǐnfèng Tíng – Phoenix Pavilion) แยกซ้ายเป็นทางไป ยอดเหนือ (北峰 / ไป่เฟิง)


#บันไดสู่เมฆ (云梯 – Sky Ladder)
เมื่อเดินตรงไปจากสามแยกประมาณ 80 เมตร ทางด้านขวามือจะพบกับอีกหนึ่งในจุดไฮไลต์ของกิจกรรมปีนป่ายสุดท้าทาย นั่นคือ หยุนถี (云梯 / Yúntī – Sky Ladder) มีลักษณะเป็นหน้าผาหรือผนังหินที่ชันเกือบตั้งฉาก มีร่องหินและขั้นบันไดขนาดเล็กสำหรับวางปลายเท้า พร้อมโซ่เหล็กให้จับยึดทั้งสองด้าน ระยะทางไม่ยาวนัก แต่ระดับความหวาดเสียวถือว่าอยู่ในช่วงกลางถึงสูง



เส้นทางไต่บันไดช่วงนี้เป็นเพียง ทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความท้าทาย เท่านั้น แท้จริงแล้วยังมีทางเดินหลักซึ่งเป็นบันไดที่จัดทำไว้อย่างดีอยู่ทางด้านซ้ายมือ เส้นทางนี้เดินได้สะดวกกว่า และเมื่อตามขึ้นไปจะนำไปสู่ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นของยอดตะวันออก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวสำคัญของภูเขาหัวซาน (หากเดินมาจากยอดตะวันออก แนะนำให้ใช้เส้นทางนี้แทนการเดินอ้อมเหมือนเรา^^)


จากบันไดสวรรค์หยุนถี (Sky Ladder) เดินตรงต่อไปอีกเพียง 80 เมตรก็จะถึงศาลานกฟินิกส์ (引凤亭)


#ศาลานกฟินิกส์ (引凤亭)
หยิ่นเฟิ่งถิง “ศาลานกฟินิกส์” (引凤亭 / Yǐn Fèng Tíng)– Phoenix-Inviting Pavilion) เป็นศาลาพักขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเส้นทางเลาะริมเขาระหว่างยอดตะวันออกและยอดกลาง

ชื่อของศาลามีความหมายเชิงมงคลและสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้ง นกฟินิกส์ (凤 / 凤凰) เป็นสัญลักษณ์ของ คุณธรรม, ความสง่างาม, ความเจริญรุ่งเรือง และพลังศักดิ์สิทธิ์จากสวรรค์ ส่วน 引 (Yǐn) มีความหมายว่า เชื้อเชิญ / นำพา ชื่อศาลาจึงสื่อถึงการดึงดูดพลังมงคล และการต้อนรับสิ่งดีงาม

ศาลานกฟินิกส์ตั้งอยู่บริเวณที่มองเห็นแนวสันเขาและหน้าผาสูงชัน ลมพัดแรงและเปิดโล่ง ทำให้เกิดภาพลักษณ์ตามจินตนาการว่าเป็นจุดที่ “ฟินิกส์โบยบิน” ที่นี่จึงเหมาะเป็นจุดนั่งพักและชมวิวระหว่างการเดินจากยอดตะวันออกไปยอดกลาง เหมาะสำหรับ บรรยากาศสงบกว่าจุดชมวิวหลักอื่นๆ ในความเชื่อจีน ฟินิกส์จะปรากฏเฉพาะในสถานที่ที่มีคุณธรรม ศาลาแห่งนี้จึงเป็นเหมือนจุดรับพลังดี

เส้นทางเดินสู่ยอดเหนือ
เส้นทางจาก ยอดกลาง (中峰 / จงเฟิง) ซึ่งมีความสูง 2,037.8 เมตร ไปยัง ยอดเหนือ (北峰 / ไป่เฟิง) ซึ่งเป็นยอดที่มีระดับความสูงต่ำกว่า (1,614.9 เมตร) เป็นการเดินลงตามแนวสันเขาที่มีความต่างของระดับความสูงราว 400 เมตร อีกทั้งระยะทางยังยาวกว่าการเดินเชื่อมระหว่าง ยอดกลาง – ยอดตะวันออก – ยอดใต้ และยอดตะวันตก ด้วยเหตุนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักนิยมเริ่มต้นการเดินจาก ยอดตะวันตก มากกว่า เนื่องจากสามารถเดินเที่ยวไปยังยอดอื่น ๆ ได้ครบกว่า และใช้เวลาน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการเริ่มต้นจากยอดเหนือ
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในแง่ของ ความยาก–ง่ายของการเดินเขา คำแนะนำที่มักได้ยินกันบ่อยคือให้เริ่มต้นจาก ยอดเหนือ แล้วค่อยๆไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เนื่องจากการเดินลงมีข้อเสียสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะการสร้าง ภาระต่อหัวเข่าและกล้ามเนื้อขา จากการต้องเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อชะลอความเร็วและลดแรงกระแทกของเข่า นอกจากนี้ การเดินลงยังมีความเสี่ยงต่อการลื่นล้มหรือเสียหลัก ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้มากกว่าการเดินขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ตัวช่วยที่แนะนำคือการใช้ ไม้ค้ำยัน (ไม้เทรล) ซึ่งช่วย กระจายน้ำหนัก ลดแรงกระแทกที่หัวเข่า และเพิ่มความมั่นคงในการเดิน โดยเฉพาะในเส้นทางที่เป็นบันไดหรือทางลาดชัน (มีประโยชน์ทั้งตอนขึ้นและลง)



จากสามแยก 中峰路口 (Central Peak Intersection) เป็นต้นไป เส้นทางเดินส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นบันไดลาดลงที่ทอดยาวต่อเนื่อง



#ด่านกุญแจทอง (金锁关 – Jinsuo Pass / Golden Lock Pass)
จินซั่วกวน (金锁关 / Jīn Suǒ Guān – Golden Lock Pass) เป็นจุดผ่านสำคัญของเส้นทางการเดินระหว่างยอดเหนือ-ยอดกลาง-ยอดตะวันออก นักท่องเที่ยวนิยมคล้องแม่กุญแจเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันและการฝ่าฟันอุปสรรค เป็นอีกหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่โด่งดังของภูเขาแห่งนี้











เลยจากกองหินสวยงามนี้ไป จะเจอป้ายเตือนว่า ทางจะเริ่มลาดต่ำลง!! แม้ว่าจะยังมีบันไดหิน เเต่ขั้นจะสั้นและชันมาก ยังดีมีราวโซ่ให้จับยึดได้



รางวัลที่ได้รับหลังจากลงบันไดมา คือ วิวทิวทัศน์สวยงามที่เปิดกว้างตรงหน้า



แต่การเดินลงสู่ระดับที่ต่ำลงนั้น… ยังคงดำเนินต่อไป ^^






#ยอดเขาหวู่หยุน (五云峰 – Five Cloud Peak)
ยอดเขาหวู่หยุน หรือ “ยอดห้าเมฆา” (五云峰 / Wǔ Yún Fēng – Five Cloud Peak) ตั้งอยู่บนแนวสันเขา คังหลง (苍龙岭 / Canglong Ridge) ชื่อนี้เป็นคำเรียกเชิงกวีที่ใช้บรรยาย กลุ่มยอดหินและแนวสันเขา ซึ่งมักถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกอยู่เสมอ
หวู่หยุนเฟิงไม่ใช่หนึ่งในห้ายอดหลักของภูเขาหัวซาน (เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก และกลาง) แต่ถือเป็นแนวสันเขาสำคัญที่ทอดตัวยาวจากทิศใต้สู่ทิศเหนือ มีลักษณะเด่นคือ หน้าผาสูงชันและหุบเหวลึกทางฝั่งตะวันตก ขณะที่ด้านตะวันออกค่อนข้างราบเรียบกว่า เป็นเส้นทางหลักในการเชื่อมต่อระหว่างยอดเหนือกับยอดอื่น ๆ ของหัวซาน
บริเวณยอดและแนวสันเขาหวู่หยุนปกคลุมด้วยป่าสนเขียวชอุ่มและมีทิวทัศน์งดงามเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง เมื่อสนยังคงเขียวสด เมเปิลเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง และดอกไม้ภูเขาแต่งแต้มสีสันทั่วทั้งแนวสันเขา ยามแสงอาทิตย์ยามเย็นส่องลอดผ่านม่านหมอก ภาพที่ปรากฏจะดูคล้าย ดินแดนมหัศจรรย์หลากสี จึงเป็นที่มาของชื่อ “หวู่หยุน” ซึ่งมีความหมายเชิงบรรยายถึง ทิวทัศน์และบรรยากาศ มากกว่าจะเป็นชื่อยอดเขาในเชิงภูมิศาสตร์







#เฟยอวี๋หลิ่งฟู่เต้า (飞鱼岭复道 – Mount Feiyu Double Road)
เส้นทางจากจุดนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาจาก ยอดตะวันออก ตะวันตก กลาง หรือใต้ และมุ่งหน้าไปยัง ยอดเหนือ จะเปลี่ยนเป็นทางเดินเลาะไปตามไหล่เขา ลักษณะราบเรียบ-เดินง่าย ซึ่งมีชื่อเรียกว่า เฟยอวี๋หลิ่งฟู่เต้า หรือ “ทางเดินคู่ขนานแห่งสันเขาปลาบิน” (飞鱼岭复道 / Fēiyúlǐng Fùdào – Mount Feiyu Double Road)
ทางเดินสายนี้สร้างขึ้นในปี 1998 โดยถูกออกแบบให้เป็น เส้นทางเลี่ยงแบบซ้อนขนาน กับเส้นทางหลักดั้งเดิมที่อยู่บนสันเขา ซึ่งเรียกว่า สันเขามังกรดำ (苍龙岭 / Canglong Ling) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ แยกทิศทางการเดินขึ้นและเดินลงออกจากกัน ช่วยลดความแออัดและเพิ่มความปลอดภัยบนสันเขา
เหตุผลที่ต้องมีเส้นทางคู่ขนานเช่นนี้ ก็เพราะ สันเขามังกรดำ เป็นหนึ่งในช่วงทางเดินที่ทั้งแคบและชันที่สุดของหัวซาน เส้นทางทอดยาวราว 190 เมตร บนสันเขาหินปูน มี บันไดหินกว่า 530 ขั้น ความกว้างไม่ถึง 1 เมตร และมี เหวลึกขนาบอยู่ทั้งสองด้าน ลักษณะคล้ายกับเส้นทาง “สันเขามังกรเขียว” (青龙脊背) ที่บริเวณยอดตะวันตก ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหวาดเสียวไม่แพ้กัน


หินบริเวณ สันเขามังกรดำ มีสีเทาเข้มจนเกือบดำ เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นเป็นเส้นสีดำทอดยาวไต่ขึ้นไปสู่ยอดเขา ลักษณะโดยรวมคล้าย สันหลังของมังกรยักษ์ที่กำลังหมอบอยู่บนภูเขา ภาพลักษณ์อันทรงพลังนี้เองที่ทำให้เส้นทางช่วงนี้ได้รับการขนานนามว่า “สันเขามังกรดำ”
ขณะที่ชื่อ สันเขาปลาบิน – เฟยอวี๋หลิ่งฟู่เต้า (飞鱼岭复道) เป็นการตั้งชื่อในเชิง เปรียบเทียบเชิงภาพพจน์ มากกว่า ตัวสันเขามีลักษณะแคบ เรียวยาว และคดโค้ง เมื่อมองจากระยะไกล โดยเฉพาะในวันที่มีทะเลหมอกปกคลุม แนวสันเขาจะดูคล้าย ลำตัวของปลาที่ลอยตัวอยู่ท่ามกลางเมฆหมอก ราวกับ “ปลาบินบนท้องฟ้า” อันเป็นที่มาของชื่อนี้






#ตู่หลงเมี่ยว (都龙庙 – Dragon Temple)
วัดตู่หลง หรือ ตู่หลงเมี่ยว (都龙庙 / Dūlóng Miào – Dragon Temple) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาชางหลง วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัย ราชวงศ์ถังเหนือ ราว 1,500 ปีก่อน เดิมมีชื่อว่า ศาลเจ้าหูฉู่ ซึ่งประดิษฐานรูปปั้นเทพเจ้าที่มีรูปลักษณ์คล้ายเด็ก ต่อมาในสมัยราชวงศ์ถังจึงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดตู่หลง ตามนามของ มังกรซู่หลง อันเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังและความศักดิ์สิทธิ์
ตามความเชื่อด้าน ฮวงจุ้ย ภูเขาชางหลงถือเป็นที่ตั้งของ เส้นพลังมังกร สำคัญของมณฑลฉ่านซี โดยเป็นจุดที่พลังจิตวิญญาณและออร่าของ ภูเขาหัวซาน มารวมตัวกัน อีกทั้งหัวซานยังได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งกำเนิดของ ลัทธิเต๋านิกายฉวนเจิ้น จึงทำให้บริเวณนี้กลายเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้แสวงบุญมาอย่างยาวนาน
จนถึงปัจจุบัน ผู้คนยังคงเดินทางมายังวัดตู่หลงเพื่อ จุดธูป อธิษฐานขอพร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโชคลาภ ความมั่งคั่ง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ตลอดจนความสงบสุขและความปลอดภัยของครอบครัว วัดแห่งนี้จึงไม่เพียงเป็นจุดพักระหว่างเส้นทางเดินเขา แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งศรัทธาที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และจิตวิญญาณเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น








#ถ้ำซันหยวน (三元洞)
ถ้ำซันหยวน (三元洞 / Sānyuán Dòng – Sanyuan Cave) เป็นถ้ำขนาดเล็กที่เกิดจากการขุดเจาะเข้าไปในหน้าผาหิน สูงราว 2 เมตร มีพื้นที่ภายในประมาณ 10 ตารางเมตร ปากถ้ำหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของ หินสุริยันและจันทรา (日月岩)
ภายในถ้ำเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของ “เทพเจ้าสามวัง” (三宫神) หรือเทพผู้ปกครอง สามภพ ได้แก่
- สวรรค์ (天) ผู้ประทานพร
- พื้นดิน (地) ผู้ให้อภัยโทษ
- น้ำ (水) ผู้คุ้มครองและขจัดภัยพิบัติ
ถ้ำซันหยวนจึงไม่เพียงเป็นจุดพักเล็ก ๆ ระหว่างเส้นทางเดินเขาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเชื่อแบบเต๋าที่ผสานแนวคิดเรื่องธรรมชาติ จักรวาล และการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ไว้อย่างเรียบง่ายและลึกซึ้ง

#หวังหมู่กง หรือ วังเทพธิดาหวังหมู่ (王母宫 / Wáng Mǔ Gōng)
เป็นศาลเจ้าเล็กๆที่สร้างแนบติดอยู่กับหน้าผาหิน ตัวอาคารเป็นโครงสร้างไม้แบบดั้งเดิม ดูเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความขลังตามแบบศาสนสถานบนภูเขาหัวซาน
ภายในประดิษฐานรูปเคารพของ เทพธิดาหวังหมู่ (西王母 / Xī Wáng Mǔ) เทพธิดาสูงสุดในลัทธิเต๋า ผู้ปกครองแดนสวรรค์ฝั่งตะวันตก และเป็นผู้ดูแล ผลพีชอมตะ (Peaches of Immortality) ซึ่งเชื่อกันว่าจะสุกเพียงครั้งเดียวทุก 3,000 ปี
ตามตำนาน ผู้ใดได้ลิ้มรสผลพีชศักดิ์สิทธิ์นี้ จะสามารถ บรรลุความเป็นเซียน หรือความเป็นอมตะ วังเทพธิดาหวังหมู่จึงถูกนับเป็นหนึ่งในจุดศรัทธาสำคัญบนเส้นทางเดินเขา ที่สะท้อนความเชื่อเรื่องความเป็นนิรันดร์และการบำเพ็ญเพียรของลัทธิเต๋าได้อย่างชัดเจน

รื่อเยวี่ยเหยียน — “หินสุริยันและจันทรา” (日月岩 / Rìyuè Yán)
เป็นก้อนหินขนาดใหญ่สองก้อนที่ตั้งตระหง่านอยู่เคียงคู่กัน รูปร่างดูคล้ายก้อนหินก้อนเดียวที่ถูกแยกออกเป็นสองส่วน ตั้งอยู่โดดเด่นท่ามกลางภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของหัวซาน
ชื่อของหินแห่งนี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ตามแนวคิดของลัทธิเต๋า โดย ดวงอาทิตย์ (日) และ ดวงจันทร์ (月) แทนแนวคิดเรื่อง หยิน–หยาง จักรวาล และความเป็นนิรันดร์ การที่หินทั้งสองตั้งอยู่นิ่งและมั่นคงบนภูเขา เปรียบเสมือนสมดุลของโลกและสรรพสิ่ง.. “แม้กาลเวลาและวันคืนเปลี่ยนไป ภูเขาและธรรมะยังคงอยู่”

ด้านหลังของหินก้อนใหญ่ มีบันไดซ่อนตัวอยู่ เปิดทางให้ไต่ขึ้นไปสู่จุดชมวิวบนยอดด้านบน




เริ่มมองเห็น ยอดเหนือ และ สถานีกระเช้า ได้อย่างชัดเจน



ยอดเหนือ (北峰 – ไป่เฟิง)
ในที่สุด เราก็มาถึง ยอดเหนือ (北峰 / ไป่เฟิง) ได้สำเร็จ… ✋🏔️✊
ยอดทิศเหนือ (北峰 / ไป่เฟิง) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ยอดระเบียงเมฆา (云台峰 / หยุนไถเฟิง)
มีความสูงประมาณ 1,614 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล พื้นที่บนยอดประกอบด้วยโขดหินขนาดใหญ่และป่าไม้ที่ขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น
แม้ในแง่ของระดับความสูง ยอดระเบียงเมฆาแห่งนี้จะไม่โดดเด่นเทียบเท่ากับอีกสี่ยอดหลักของหัวซาน แต่ในด้าน ลักษณะภูมิประเทศและความหวาดเสียวกลับไม่เป็นรองใคร เพราะนอกจากเส้นทางเดินแคบๆ ที่ทอดตัวเชื่อมไปทางทิศใต้แล้ว พื้นที่อีกสามด้านของยอดเหนือ ล้วนเป็น หน้าผาสูงชันและหุบเหวลึก ที่โอบล้อมอยู่รอบตัว
บริเวณยอดเหนือนี้มีที่พักชื่อ หยุนไถวิลล่า (Yuntai Villa) ตั้งอยู่ด้วย สามารถจองห้องพักได้ทางเว็บไซต์ Trip.Com เช่นกัน

ใกล้กับบันไดซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินไปยังยอดอื่น ๆ มี ศาลาอนุสรณ์ (纪念亭 / Jìniàn Tíng – Memorial Pavilion) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน
ภายในศาลามีแผ่นป้ายจารึกเรื่องราวของเหตุการณ์ การปลดปล่อยภูเขาหัวซาน (解放华山) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วง สงครามกลางเมืองจีน ระหว่างปลายปี ค.ศ. 1948–1949 เหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการทางทหารที่สำคัญ เนื่องจากกองกำลังต้องฝ่าภูมิประเทศที่สูงชันและอันตรายของหัวซาน เพื่อยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์บนยอดเขากลับมา



ในฤดูใบไม้ผลิปี 1949 ทหารกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน กองทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของประธานเหมา เจ๋อตง ให้เดินทัพเข้าสู่ทั่วประเทศอย่างกล้าหาญ และดำเนินการเดินทัพขนาดใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 เมืองฮัวหยินได้รับการปลดปล่อย ผู้บัญชาการกองพลที่ 6 นาม “หลานจื่อเป่ย” นำกำลังพลประมาณ 400 คนขึ้นไปยึดครองเขาหัวซาน โดยมีเจตนาจะต่อต้านอย่างสุดกำลัง กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน กองพลที่ 6 ภายใต้การบัญชาการของ “หยางเฉิงอู่” ผู้บัญชาการหน่วยสืบสวน ได้รับคำสั่งให้นำกำลังออกเดินทางจากปากทางด้านตะวันตก ในเวลา 08.00 น. ของวันที่ 13 มิถุนายน เพื่อปีนหน้าผาชัน ผ่าน “เหยิงเสิงโกว” และ “เสี่ยวหู่โคง” จนถึงยอดเหนือ (Beifeng) เวลาประมาณ 23.00 น. และสามารถทำลายกำลังศัตรูได้อย่างสิ้นเชิง การรบสิ้นสุดลงเมื่อเวลา 11.00 น. ทำลายกองกำลังศัตรูหนึ่งกองร้อย จับกุมผู้บัญชาการกองร้อยหนึ่งคน และทหารกว่าร้อยนาย พร้อมเปิดทางลงเขา และควบคุมพื้นที่สำคัญอย่าง “กุ้ยเซียนกวน”, “ซางหลงหลิง”, และ “จินสัวกวน” ได้สำเร็จ การกระทำครั้งนี้ได้ “ทำลายคำพูดโบราณ” ที่ว่า “เขาหัวซานมีทางเดียวเท่านั้น” — ทหารกล้าราวกับ “เทพแห่งสงคราม” ลงมาจากฟ้า ใช้ปัญญาและกลยุทธ์ยึดเขาหัวซานไว้ได้ ความกล้าหาญครั้งนี้จะถูกเล่าขานตลอดกาล โดย คณะกรรมการบริหารเขตภูมิทัศน์และสถานที่ท่องเที่ยวเขาหัวซาน ตั้งหินนี้ขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2535






หัวซานไม่ได้เป็นเพียงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นสนามแห่งการต่อสู้จริงที่มนุษย์ต้องเอาชนะทั้งศัตรูและธรรมชาติ เขาหัวซาน จึงเป็นที่ผสมผสานทั้งทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ตระการตา และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างลงตัว
เป็นที่น่าเสียดายที่การเดินทางครั้งนี้ เราไม่มีเวลาเพียงพอจะเดินต่อขึ้นไปอีกนิดจนถึงจุดสูงสุดของยอดเหนือ เนื่องจากเราใช้เวลาไปกับการเตร็ดเตร่ ชื่นชมวิว และหยุดถ่ายภาพตลอดทาง กว่าจะมาถึงยอดเหนือก็เริ่มมืดค่ำเสียแล้ว จึงตั้งใจไว้ว่าจะขอกลับมาหัวซานอีกสักครั้ง โดยคราวหน้าจะเริ่มต้นจากยอดเหนือ เดินต่อไปยังยอดกลาง–ยอดตะวันออก–ยอดใต้ และปิดท้ายด้วยการลงกระเช้าทางยอดตะวันตก คงอีกไม่นานเกินรอ..
แชร์เรื่องนี้:




